Menu

UFA-TH

เว็บของ span

Blog Component

เปิดโผ 5 แข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุด

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เปิดโผ 5 แข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดซึ่งกำลังเล่นอยู่ในตอนนี้ คนไหนทำเป็นมากมายสุดแล้วก็ได้โอกาสทำลายสถิติของ ไรอัน กิ๊กส์ ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติแอสซิสต์สูงสุดชั่วนิจนิรันดร์ในพรีเมียร์ลีก ได้มากน้อยเพียงใดไปดูกันเลย


5.เลห์ตัน เบนส์ (59 แอสซิสต์)

ถ้าหากจะระลึกถึงแบ็กซ้ายที่เพิ่มเติมเกมรุกก้าวหน้าที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะต้องมีชื่อของ เบนส์ แบบไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ โดยเจ้าตัวเป็นอันมากสำคัญในแนวรับให้เอฟเวอร์ตันมาถึง 12 ปี โดยมีสถิติลงไปในสนาม 338 เกม ทำเป็นถึง 32 ประตู กับ 59 แอสซิสต์ในลีกสูงสุดของอังกฤษ 

ดาวเตะวัย 33 ปี เบนส์ ทำสถิติแปลงเป็นกองหลังที่ทำงานแอสซิสต์เยอะที่สุดในปี 2015 โดยการทำลายสถิติเดิมของ เอ็งรม เลอ โซซ์ ที่เขาทำไว้ 44 ลูก โดยเจ้าตัวมีทีเด็ดอยู่ที่การเปิดบอลได้อย่างเที่ยงตรงทั้งยังลูกเตะมุม รวมทั้งลูกฟรีคิก ก็เลยไม่สนเท่ห์ใจที่เขาจะเป็นกองข้างหลังที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน


4.เจมส์ มิลเนอร์ (78 แอสซิสต์)

ชื่อของ มิลเนอร์ บางครั้งอาจจะสร้างความแปลกใจให้กับผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ข้างหลังเจ้าตัวชอบโดนจับลงเล่นในหน้าที่ตัวรับในพักหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหงส์แดงในสมัยของ เจอร์เกนท์ คล็อปป์ ที่ยืนเป็นกองกลางตัวตัดเกม

อย่างไรก็ดีถ้าเกิดย้อนไปที่ผ่านมาดาวเตะวัย 32 ปี เล่นในตำแหน่งเกมรุก และก็ทำผลงานได้เด่นกับ แอสตัน วิลล่า แล้วก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยมีทีเด็ดอยู่ที่การเปิดบอลจากขอบเส้น จนกระทั่งขณะนี้เขาทำแอสซิสต์ได้ถึง 78 ครั้งแล้ว


3.แอชลีย์ ยัง (85 แอสซิสต์)

ดาวเตะวัย 33 ปี ทำผลงานได้สะดุดตาสุดๆตั้งแต่ยุคอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ในตำแหน่งปีกซ้ายก่อนที่จะถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงตัวมาร่วมทีมในปี 2011 

ถ้าเกิดย้อนไปก่อนหน้าที่ผ่านมา ยัง นับว่าเป็นปีกอีกหนึ่งผู้ที่เล่นได้เด่นสุดๆเปิดบอลจากขอบเส้นได้ถูกต้อง พร้อมประดิษฐ์จังหวะให้สหายได้บ่อยมาก โดยฤดูที่แล้วหากแม้เจ้าตัวจะถูก โชเซ่ มูรินโญ่ จับไปยืนตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่ว่าก็ยังทำเป็น 2 ประตู กับ 5 แอสซิสต์


2.ดาวิด ซิลบา (90 แอสซิสต์)

ตั้งแต่แมื่อกองกลางกลุ่มชาติประเทศสเปนย้ายมาอยู่กับเรือใบสีฟ้าในปี 2010 เจ้าตัวก็แปลงเป็นตัวหลักของกลุ่มนับจากนั้นเป็นต้นมาพร้อมช่วยสังกัดเดิมครอบครองแชมป์เยอะแยะ

ดาวเตะวัย 32 ปี ทำ 9 ประตูกับ 11 แอสซิสต์ในช่วงฤดูกาลก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยถึงเดี๋ยวนี้ทำไปแล้วถึง 90 แอสซิสต์ และก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเท่านี้ ข้างหลังยังเป็นตัวหลักในสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และก็แม้ยังโชว์ฟอร์มได้เป็นประจำก็มีสิทธิ์ทำสถิติดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วให้สูงมากขึ้นไปอีก 


1.เชส ฟาเบรกาส (113 แอสซิสต์)

หากว่ากองกลางชาวประเทศสเปนจะห่างหายจากพรีเมียร์ลีกไปตอนหนึ่ง ข้างหลังย้ายจากอาร์เซน่อลไปอยู่กับบาร์เซโลน่า แม้กระนั้นด้วยความยอดเยี่ยมรวมทั้งจุดขายในเรื่องเกี่ยวกับการสร้างสรรเกมรุก การกลับมาเล่นในอังกฤษอีกทีกับเชลซีเขาก็มาสืบต่อสถิติแอสซิสต์ถัดไป 

113 แอสซิสต์ของเจ้าตัวในเวลานี้ทำให้เขาแปลงเป็นผู้ครอบครองตำแหน่งแอสซิสต์สูงสุดอันดับ 2 ตลอดการในพรีเมียร์ลีก ด้อยกว่าเพียงแค่ ไรอัน กิ๊กส์ ปีกตำนานแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำไว้ 162 ครั้ง 

แม้กระนั้นด้วยหน้าที่ที่ลดน้อยลงในสมัยของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ข้างหลังจะต้องกลายเป็นผู้เล่นสำรองของ จอร์จินโญ่ และก็ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ในแผงกองกลางทำให้จังหวะที่เขาจะทำลายสถิติของปีกบิดามดมองลดน้อยลงไปทุกเวลา ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

เปืดโผ 4 กองหน้าใน ลา ลีกา สเปน ที่ เรอัล มาดริด ควรซื้อมาเสริมทัพ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เปืดโผ 4 กองหน้าใน ลา ลีกา ประเทศสเปน ที่ เรอัล มาดริด ควรจะซื้อมาเสริมกองทัพ เพื่อมาขจัดปัญหาการจบสกอร์ในตอนเปิดตลาดมกราคมนี้ ข้างหลังพบเจอปัญหาปืนฝืดทำให้กลุ่มส่งผลงานเสื่อมโทรมในฤดูกาลนี้

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะมีกองหน้าตัวเป้าถึง 2 รายอีกทั้ง คาริม เบนเซ่มา แล้วก็ มาเรียโน่ ดิอาซ แต่ว่าดูราวกับว่าจะยังฝากผีฝากไข้มิได้เมื่อยามต้อง ซึ่งในมกราคมนี้ก็เป็นจังหวะดีที่พวกเขาจะซื้อกองหน้ามาเพิ่ม โดยยิ่งไปกว่านั้นบรรดาลำแข้งใน ลา ลีกา ที่พร้อมย้ายมาและไม่จะต้องใช้เวลาปรับพฤติกรรมมากเท่าไรนัก ก่อนที่จะไปพบลำแข้งซูเปอร์สตาร์มาเสริมกองทัพในตอนซัมเมอร์ถัดไป 


4.วิลเลี่ยน โจเซ่ (เรอัล โซเซียดาด) 

ดาวเตะชาวบราซิเลียนวัย 26 ปี เคยย้ายมาอยู่กับราชันชุดขาวช่วงเวลาสั้นๆด้วยข้อตกลงยืมตัวในปี 2014 แต่ว่ามีโอาสลงเล่นเพียงแค่เกมเดียวแค่นั้นในชื่อชุดใหญ่

ถึงแม้เจ้าตัวจะมีส่วนมากถึง 189 ซม. แต่มีอีกทั้งความเร็ว ไปกับบอลได้ดิบได้ดี นับเป็นศูนย์หน้าที่ครบถ้วนบริบูรณ์อีกคนหนึ่ง โดยฤดูกาลที่แล้วยิงได้ 15 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ จาก 34 เกมในลีก 


3.แม็กซี่ โกเมส (เซลต้า บีโก้)

ดาวเตะชาวอุรุกวัยแจ้งกำเนิดได้อย่างสุดกำลังในฤดูกาลนี้ก่อนหน้านี้ ข้างหลังยิง 17 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ ถึงแม้เพิ่งจะย้ายจาก เดเฟนโซ่ สปอร์ตติ้ง สมาคมในลีกถิ่นฐานบ้านช่องเพียงแค่ปีเดียวแค่นั้น พร้อมมีชื่อติดกลุ่มชาติเลิศกกวัยโดยลงเล่นไปแล้ว 2 เกม 

ผู้ครอบครองฉายาว "นิว ซัวเรซ" วัย 21 ปี มีความรวดเร็ว แล้วก็เล่นลูกในอากาศได้ดิบได้ดี รวมทั้งคงจะเข้ามาเป็นอะไหล่ชั้นหนึ่งในตำแหน่งหัวหอกได้อย่างดีเยี่ยม โดยซีซํ่นนี้เขายิงไป 4 ประตู 


2.ยาโก้ อัสปาส (เซลต้า บีโก้)

ดาวเตะกลุ่มชาติประเทศสเปนแปลงเป็นกองหน้าชาวสแปนิชที่ยิงเยอะแยะสุดใน ลา ลีกา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ข้างหลังซ้ำๆไป 22 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จาก 34 เกม รั้งอันดับ 4 บนตารางดาวซัลโวต่อจาก หลุยส์ ซัวเรซ ที่ทำเป็น 25 ลูก 

แน่ๆว่าประการณ์ของเขาคงจะมาตอนแบ่งเบาภาระแนวทางการทำประตูของ คาริม เบนเซม่า ได้อย่างดียิ่ง และก็คงจะมาปรับพฤติกรรมกับกษัตริย์ชุดขาวได้อย่างง่ายๆ หลังเคยร่วมงานกับ ฆูเลน โลเปเตกี มาแล้วในกลุ่มชาติประเทศสเปน โดยฤดูกาลนี้เจ้าตัวซัดไปแล้ว 5 ประตู ยิงน้อยกว่า ลิโอเนล เมสซี่ เพียงแค่ 2 ลูกเพียงแค่นั้น 


1.วิสซาม เบน เยแดร์ (เซบีย่า) 

ดาวเตะชาวประเทศฝรั่งเศสโชว์ผลงานดียิ่งขึ้นเรื่อยกับเซบีย่านับตั้งแต่ย้ายมากมายจากตูลูสในปี 2016 โดยฤดูกาลที่แล้วเขาซ้ำๆไปถึง 22 ประตู จาก 42 เกมทุกรายการ

หากแม้เจ้าตัวจะมีรูปร่างที่ไม่สูงใหญ่ แม้กระนั้นแลกเปลี่ยนมาด้วยความกระฉับกระเฉงรวดเร็ว และก็การจบสกอร์ที่เด็ดขาด โดยฤดูนี้เขาซัดไปแล้ว 5 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ ช่วยสังกัดเดิมรีรองผู้นำฝูง ลา ลีกา ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนเยอะที่สุดคนหนึ่งในลีกชั้นหนึ่งของประเทศสเปนที่จะมาช่วยแก้วิกฤยี่ห้อชันชุดขาวได้ดีมากๆเลยทีเดียว

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

แน่นอนว่าสัปดาห์นี้หลายคนคงจับจ้องไปที่เกมบิ๊กแมตช์ในเวลา 18.30 น. เชลซี

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก พรีเมียร์ลีกกลับมาโม่ลำแข้งกันอีกทีแล้ว และก็แน่ๆว่าอาทิตย์นี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจ้องไปที่เกมบิ๊กแมตช์ในเวลา 18.30 น. เชลซี จะเปิดบ้านรับการมาเยี่ยมของ แมนฯยูไนเต็ด เพื่อเป็นการโหมโรงก่อนเกมวันนี้ พวกเรามาดูข้อความสำคัญที่น่าดึงดูดก่อนเกมกันเลย

1.โปรแกรมสุดหินของ มูรินโญ่ 

ตลอดเดือนที่ผ่านมา โชเซ่ มูรินโญ่ แปลงเป็นบุคคลที่น่าเห็นใจที่สุดในเกาะอังกฤษ เขาโดนอีกทั้งบรรดาสื่อต่างๆรวมทั้งข้ารูฟุตบอลวิภาควิจารณ์กันเป็นว่าเล่น ก่อนเกมกับ นิวคาสเซิ่ล เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วก็ดันมีข่าวโคมลอยว่าถ้าเกิดเจ้าตัวพ่ายแพ้ติดอยู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด จะมีผลให้เขาโดนปลดโดนโดยทันที แต่ว่า มูรินโญ่ ก็สามารถนำผู้ร่วมทีมกลับแดนนรกแซงนิวติดอยู่สเซิ่ลไปได้แบบเฉียดพร้อมด้วยสยบข่าวโคมลอยนาๆประการได้ อย่างไรก็แล้วแต่ตั้งแต่นี้ต่อไปอีก 6 นัดหมายจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์เก้าอี้ของ ผู้จัดการทีมฟุตบอลผีแดงอย่างแท้จริง เพราะเหตุว่าภูติผีแดงมีโปรแกรมการแข่งขันชิงชัยสุดชั่วร้ายกันตลอดอย่างยิ่งจริงๆ เพียงแค่สองเกมแรกของอาทิตย์นี้อีกทั้งการไปเยี่ยมเชลซี และก็เปิดบ้านรับกลุ่มเข้มแข็งอย่าง ยูเวนเหม็นตุส ก็แทบกระอักเลือดกันก็ว่าได้ มาดูกันว่า มูรินโญ่ จะนำกลุ่มผ่านเดือนนี้ไปได้แบบภาวะไหน

 

2.อาซาร์ ครองบ้านครองเมือง

ฤดูนี้คงจะไม่มีนักฟุตบอลเชลซีคนไหนกันแน่สะดุดตาไปกว่า เอแด็น อาซาร์ อีกแล้ว ในเกมที่ยากลำเค็ญสำหรับการเจาะแนวรับคู่ต่อสู้หรือเกมในเกมที่เป็นฝ่ายตามหลังก็ชอบมีแนวรุกประเทศเบลเยี่ยมรายนี้รอกลับเหตุการณ์อยู่เป็นประจำ ณ ขณะนี้ เขานำเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก แล้วก็นอกเหนือจากนั้น อาซาร์ ยังมีส่วนร่วมกับประตูที่เชลซีทำเป็นถึง 10 ลูกอย่างยิ่งจริงๆ (7ประตูแล้วก็ 3 แอสซิสต์) นอกเหนือจากนี้แฟนผีแดงคงจะจำฝังใจกับ อาซาร์ เป็นที่สุด เพราะเหตุว่าเขาเป็นคนซัดจุดลูกโทษให้เชลซีเอาชนะแมนฯยูไนเต็ด ไปได้ใน เอฟเอ คัพ รอบชิงแชมป์ เมื่อฤดูที่แล้วอีกด้วย

 

3.ความเชื่อมั่นของซานเชซ

ปีกชาวประเทศชิลี ถูกวิภาควิจารณ์อย่างมากในเรื่องฟอร์มการเล่นตลอดหลายเดือนล่วงมาแล้ว มันก็ทำให้เกิดผลกระทบไปถึงบรรดาสื่อต่างๆที่เขียนข่าวสารกันเป็นตุเป็นตะว่าเขาปราศจากความสุขในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด โน่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ มูรินโญ่ เลือกที่จะดร็อปเขาในเกมปัจจุบันกับ นิวค้างสเซิ่ล แต่ เขาแปลงเป็นคนลงมาโหม่งประตูชัยให้ผีแดงในเกมนั้น หากแม้ฟอร์มโดยรวมบางทีอาจจะยังไม่ดีมากเท่าไรนักแม้กระนั้นการที่เขากลับมาทำคะแนนได้น่าจะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับซานเชซอย่างมาก จำต้องมาดูกันว่าวันนี้ มูรินโญ่ จะกลับมาเลือก เฉลียงเชซ เป็นตัวจริงอีกทีหรือเปล่า

 

4.เปิดด้วยสามแต้มก่อนเหนือกว่า

เหตุการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกำลังเข้มข้นเป็นอันมาก มีถึง 3 กลุ่มที่มีแต้มเสมอกันตอนนี้โน่นเป็น แมนฯสิตี้, เชลซี รวมทั้งหงส์แดง ยิ่งไปกว่านี้ยังอีกสองกลุ่มที่ตามหัวหน้าฝูงเพียงแค่ 2 แต้มโน่นเป็น อาร์เซน่อลแล้วก็สเปอร์ส โน่นทำให้อาทิตย์นี้ 5 ขั้นแรกมีสิทธิ์มีการเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ตลอด ด้วยเหตุนี้ถ้าเชลซีสามารถเก็บสามแต้มได้ก่อนผู้ใดกันเพื่อนพ้อง จะก่อให้พวกเขาขึ้นไปนำผู้นำฝูงรวมทั้งไปบีบคั้นบรรดากลุ่มลุ้นแชมป์อีกด้วย แน่ๆว่าเกมเย็นนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ จะต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษสุดๆ


5.สิงห์บลูส์ข่มมิดทุกด้าน

ป้อมสแตมฟอร์ด บริดจ์ คือปัญหาใหญ่ของแมนฯยูไนเต็ดมาโดยตลอด ผีแดงมีสถิติที่ตกต่ำสำหรับการมาเยี่ยมตรงนี้บ่อย 16 ครั้งหน้าสุดในพรีเมียร์ลีกแมนฯยูไนเต็ดบุกมาชนะได้เพียงแค่เกมเดียวเพียงแค่นั้น ซึ่งเป็นเกมที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน เดือนตุลาคม ปี 2012 อย่างยิ่งจริงๆ ตอนที่ใน 16 นัดหมายหลังสุด เชลซีเอาชนะไปได้ถึง 10 เกม 

นอกเหนือจากนี้ถ้าหากตั้งแต่แมื่อเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ แมนฯยูไนเต็ด ยังไม่สามารถที่จะบุกมาเอาชนะเชลซีได้ในทุกรายการ แถม 3 คราวหลังสุดโดนกระซวกไปถึง 6 ลูก แน่ๆว่าเกมเย็นนี้เป็นงานหินของ มูรินโญ่ อย่างแท้จริง ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

เปิดสถิติ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในการพาทีมเจอกับ 3 อันดับสุดท้ายของตาราง

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เปิดสถิติ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับเพื่อการพาทีมพบกับ 3 ชั้นในที่สุดของตาราง นับจากมาคุม หงส์แดง เมื่อ 3 ปีกลาย เห็นแล้ว "เดอะ ค็อป" อาจมีเสียวก่อนดวล ฮัดเดอร์สฟิลด์ วันเสาร์นี้

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง พาทัพ "ลิเวอร์พูล" ออกสตาร์ตฤดูได้อย่างดียิ่ง โดยชนะ 6 นัดหมาย เสมอ 2 นัดหมาย และก็ยังไม่แพ้คนใดกันแน่เลย ทำให้มี 20 คะแนน รั้งอันดับ 3 ของตาราง โดยด้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมทั้ง เชลซี เพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียแค่นั้น

หงส์แดง จึงควรบุกไปเยี่ยม ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ กลุ่มชั้น 18 ของตารางในวันเสาร์ที่ 20 เดือนตุลาคมนี้ โดยคนไม่ใช่น้อยอาจมองว่าเป็นงานง่าย แต่ว่าจากสถิติก่อนหน้านี้ของ คล็อปป์ สำหรับเพื่อการพบกับกลุ่มที่อยู่ 3 ชั้นในด้านหลังตารางจัดว่าไม่ดีเอาเสียเลย

ตั้งแต่แมื่อ คล็อปป์ มาดำเนินการในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อตุลาคม ปี 2015 นั้น พา หงส์แดง พบ 3 กลุ่มด้านหลังตารางมาแล้ว 19 เกม แล้วก็ชนะได้เพียงแค่ 6 นัดหมายเพียงแค่นั้น ที่เหลือเสมอ 7 รวมทั้งแพ้ไป 6 เกม 

สถิติ คล็อปป์ พบกับ 3 กลุ่มท้ายตาราง
วันที่ คู่แข่งขัน ประตูได้ ประตูเสีย ผล ชั้นคู่แข่งขันเวลานั้น
6/12/2015 นิวคาสเซิ่ล (เยือน) 0 2 แพ้ 19
30/12/2015 ซันเดอร์แลนด์ (เยือน) 1 0 ชนะ 19
6/02/2016 ซันเดอร์แลนด์ (เหย้า) 2 2 เสมอ 19
14/02/2016 แอสตัน วิลล่า (เยือน) 6 0 ชนะ 20
23/04/2016 นิวคาสเซิ่ล (เหย้า) 2 2 เสมอ 19
20/08/2016 เบิร์นลี่ย์ (เยือน) 0 2 แพ้ 18
26/11/2016 ซันเดอร์แลนด์ (เหย้า) 2 0 ชนะ 19
11/12/2016 เวสต์แฮม (เหย้า) 2 2 เสมอ 18
2/01/2017 ซันเดอร์แลนด์ (เยือน) 2 2 เสมอ 18
21/01/2017 สวอนซี (เหย้า) 2 3 แพ้ 20
4/02/2017 ฮัลล์ (เยือน) 0 2 แพ้ 19
27/02/2017 เลสเตอร์ (เยือน) 1 3 แพ้ 18
21/05/2017 มิดเดิ้ลสโบรช์ (เหย้า) 3 0 ชนะ 19
19/08/2017 คริสตัล พาเลซ (เหย้า) 1 0 ชนะ 19
13/12/2017 เวสต์บรอมวิช (เหย้า) 0 0 เสมอ 18
26/12/2017 สวอนซี (เหย้า) 5 0 ชนะ 20
22/01/2018 สวอนซี (เยือน) 0 1 แพ้ 20
21/04/2018 เวสต์บรอมวิช (เยือน) 2 2 เสมอ 20
28/04/2018 สโต๊ค (เหย้า) 0 0 เสมอ 19

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

''อินทรีแดง-ดำ'' แฟร้งค์เฟิร์ต ผลงานกำลังรุ่ง คว้าสามคะแนนมาสองนัดรวด

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ''อินทรีแดง-ดำ'' แฟร้งค์เฟิร์ต ผลงานกำลังรุ่ง คว้าสามคะแนนมาสองนัดรวด เกมนี้งายไม่ยาก ส่ง ลูก้า โยวิช ดาวยิงตัวกลั่นลงตะบันกลุ่มเยือน ดุสเซลดอร์ฟ ที่จมรองบ๊วยของตาราง แถมฟอร์มห่วยแตกต่อเนื่อง สำหรับเพื่อการชิงชัยบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันศุกร์ที่ 19 เดือนตุลาคม 2561

ปรีวิวบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน 
วันศุกร์ที่ 19 ต.ค. 2561
แฟร้งค์เฟิร์ต - ดุสเซลดอร์ฟ 
เวลา : 01:30 น. ถ่ายทอดสด : ฟ็อกซ์ สปอร์ต
สนาม : คอมแมร์ชบังค์ อารีน่า 

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ''อินทรีแดง-ดำ'' แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ อดอล์ฟ ฮึทเทอร์ ผลงานพักหลังดียิ่งขึ้นมากชนะ 3 นัดรวด โดยภาวะกลุ่มยังไม่อาจจะใช้งาน ทิโมธี แชนด์เลอร์ (หัวเข่า) กับ คาร์ลอส ซัลเซโด้ (ฟื้นฟูความฟิต) ได้อย่างเดิม รวมทั้ง อันเต้ เรบิช ที่ติดโทษแบนหลังถูกใบแดง 

การจัดกองทัพยึดระบบ 3-3-2-2 ถัดไป คู่กองหน้าส่ง เซบาสเตียน ฮัลเลอร์ ลงยืนคู่ ลูก้า โยวิช ดินแดนกึ่งกลางปรับถอด อัลลัน ออก และก็ส่ง ไม่ยาต กาชิโนวิช ลงแทน นอกจากนั้นพร้อมยึดชุดเดิมที่กำลังพอดีถัดไป 

ฟาก ดุสเซลดอร์ฟ ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ ฟรีดเฮล์ม ฟุงเคิ่ล ผลงานสะดุดอยู่กับที่อยู่ 5 แต้ม ภายหลังจากพ่ายแพ้รวด 3 นัดหลังสุด โดยภาวะกลุ่มยังมีปัญหาชวดใช้งาน ดีเอโก้ คอนเทนโต้ (เอ็นกล้าม), อันเดร โฮฟมันน์ (ฟื้นฟูความฟิต) รวมทั้ง โอลิเวอร์ ฟิงค์ (กระดูก) ทั้งปวง 

ภายใต้ระบบ 3-5-2 ตำแหน่งคู่กองหน้ามี รูเว่น เฮนนิงส์ เป็นตัวยืน คู่ขาเลือกระหว่าง เบนิโต้ รามัน หรือ มาร์วิน ดุ๊คส์ช ดินแดนกลางส่ง อายเมน บาร์ค็อก ลงมาคุมเกมร่วมกับ มาร์เซล โซบ็อตก้า แล้วก็ อัลเฟรโด้ โมราเลส

นักฟุตบอลที่คาดว่าจะลงในสนาม 

แฟร้งค์เฟิร์ต (3-3-2-2) : เควิน ทรัปป์ - ดาวิด อบราอัม, มาโกโตะ ฮาเซเบะ, เอวาน เอ็นดิคก้า - ดานนี่ ดา คอสต้า, เกลซอน แฟร์นานเดส, ฟิลิป คอสติช (เยโทร วิลเล่มส์) - โจนาธาน เด กุซมัน, มิยาต กาชิโนวิช - ลูก้า โยวิช, เซบาสเตียน ฮัลเลอร์ 

ดุสเซลดอร์ฟ (3-5-2) : มิชาเอล เรนซิง - คาน อายฮาน, อดัม บ็อคเซค, มาร์ชิน คามินสกี้ - มัทธิอัส ซิมเมอร์มันน์, มาร์เซล โซบ็อตก้า, อายเมน บาร์ค็อก, อัลเฟรโด้ โมราเลส, ฌอน ซิมเมอร์ - เบนีโต้ รามัน (มาร์วิน ดุ๊คส์ช), รูเว่น เฮนนิงส์

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

สอบผ่านหรือไม่!? ย้อนรอยคำสัญญาของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "กรุงโรมมิได้สร้างเสร็จข้างในวันเดียว" เป็นคำบอกเล่าที่พวกเราชอบได้ยินกันเสมอๆโดยมันเป็นการสื่อถึงเรื่องที่ว่าอะไรบางอย่างจำต้องใช้เวลากว่าที่จะบรรลุเป้าหมายได้ ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำมาซึ่งการก่อให้เกิดขึ้นได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หงส์แดง ภายใต้การจัดการของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม กรุ๊ปทุนจาก อเมริกา ที่นำโดย จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ ก็เป็นแบบนั้นแบบเดียวกัน เพราะว่าภายหลังที่เข้ามาเทคโอเวอร์กลุ่มช่วงวันที่ 15 เดือนตุลาคม ปี 2010 แล้วนั้น มันก็จำต้องใช้เวลายาวนานหลายปีกว่าที่ "ลิเวอร์พูล" จะก้าวมาเป็นกลุ่มที่คู่ต่อสู้จำต้องกลัวเสมือนอย่างในช่วงฤดูกาลนี้ได้

ดังนี้ ในระหว่างที่เข้ามาเทคโอเวอร์กลุ่มในตอนแรกๆนั้น เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม เคยให้คำปฏิญาณเกี่ยวกับการจัดการกลุ่มเอาไว้หลายข้อ ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ 15 ต.ค. ก่อนหน้านี้ นับว่าเป็นวาระครบรอบ 8 ปีของการที่ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม เข้ามาบริหารยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ พอดี ด้วยเหตุนั้นพวกเราจะมาย้อนมองกันว่าสิ่งที่พวกเขาเคยให้คำมั่นเอาไว้มีอะไรบ้าง และก็พินิจกันว่าพวกเขาทำเป็นตามข้อตกลงหรือเปล่า

- ล่อใจนักฟุตบอลเก่งๆด้วยการลดหนี้สิน

มันคือเรื่องปกติในวงการธุรกิจที่การจัดการหน่วยงานมันควรจะมีหนี้สินเกิดขึ้นบ้าง ข้อความสำคัญที่สำคัญก็คือเรื่องที่ว่าหนี้สินมันมีเท่าไร ซึ่งผู้ครอบครองกลุ่มหลายกรุ๊ปก่อนหน้า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม ได้สร้างหนี้สินให้ หงส์แดง มากมายพอใช้

การมีหนี้สินมากมายมันมีผลต่อการดึงนักฟุตบอลฝีเท้าดีให้มาอยู่กับกลุ่มเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าในโลกนี้มันคงจะมีลูกว่าจ้างเพียงแต่ไม่กี่ผู้ที่ยินดีจะมาอยู่กับหน่วยงานที่มีหนี้สินประจำตัวบานเบิก โน่นทำให้ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม ประกาศว่าจะเพียรพยายามลดหนี้สินให้ได้มากที่สุด ซึ่งจนกระทั่งในช่วงเวลานี้พวกเขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

แบบอย่างที่แจ่มกระจ่างที่สุดก็คือการที่รายการจ่ายโดยรวมจากการเสริมกองทัพของ หงส์แดง อยู่ที่ 267 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 12,015 ล้านบาท) แค่นั้น เพราะว่าถึงแม้ว่าจะเสียเงินเสียทองซื้อนักฟุตบอลไป 817 ล้านปอนด์ (ราว 36,765 ล้านบาท) แต่ว่าพวกเขาก็ได้เงินจากแนวทางการขายนักฟุตบอลรวมแล้วมากถึง 550 ล้านปอนด์ (ราว 24,750 ล้านบาท) ร่วมกัน

สรุป : ทำตามข้อตกลง

- เปลี่ยนแปลงจากกลุ่มที่แพ้บ่อยครั้ง ให้เป็นกลุ่มที่ชนะรัวๆ

"พวกเราให้ความเอาใจใส่กับการชนะสูงที่สุด พวกเรามีประวัติศาสตร์ที่ดีในด้านการชนะ แล้วก็วันนี้พวกเราก็ต้องการให้เหล่าแฟนบอลของ แอลเอฟซี ได้รับรู้ว่าพวกเราตั้งอกตั้งใจที่จะนำแนวความคิดอย่างนั้นมาใช้กับสมาพันธ์บอลที่สุดยอดที่นี้เช่นเดียวกัน"

โน่นเป็นสิ่งที่ เฮนรี่ ลั่นปากเอาไว้ในระหว่างที่เข้ามาเป็นผู้บริหารของกลุ่ม โชคร้ายที่ในตอนนี้พวกเขายังไม่ประสบผลสำเร็จนั้น เนื่องจากถึงแม้ว่าหลายฤดูก่อนหน้านี้ หงส์แดง จะเก็บชัยได้มากพอใช้ แต่ว่าค่าถัวเฉลี่ยการชนะต่อฤดูของกลุ่มนับจากที่ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม เข้ามาเทคโอเวอร์ มันอยู่ที่ 19 เกมต่อฤดู ในช่วงเวลาที่ในตอน 1 ทศวรรษก่อนที่จะ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม จะเข้ามาบริหารกลุ่มนั้น ค่าถัวเฉลี่ยการเก็บความมีชัยได้อยู่ที่ 20 เกมต่อฤดูกาล

นอกเหนือจากนั้น ค่าถัวเฉลี่ยการแพ้ต่อฤดูมันก็มากขึ้นจากทศวรรษก่อนด้วย โดย 1 ทศวรรษที่ผ่านมาอยู่ที่ 8 นัดต่อฤดู แม้กระนั้นปัจจุบันนี้อยู่ที่ราว 10 เกมต่อฤดูกาล

สรุป : เกือบจะผ่าน แต่ว่ายังไม่ดีพอ

- พาทีมมีลุ้นแชมป์

สำหรับกลุ่มใหญ่ๆแล้วนั้น จุดมุ่งหมายของพวกเขาย่อมเป็นการได้แชมป์มาครอบครอง เฮนรี่ เองก็คิดอย่างงั้นด้วยเหมือนกัน เนื่องจากเขาเคยบอกเอาไว้ว่า "จะพา หงส์แดง กลับไปอยู่ในจุดที่คู่ควรในแวดวงบอลอังกฤษแล้วก็แวดวงบอลยุโรป, พาทีมบรรลุผลสำเร็จ และก็มีลุ้นแชมป์"

แน่ๆว่าจนกระทั่งช่วงนี้ หงส์แดง ภายใต้การจัดการของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม ยังมิได้ถ้วยแชมป์รายการใหญ่ๆมาวางตกแต่งตู้โชว์ที่ แอนฟิลด์ โดยถ้วยรางวัลเดียวที่ "ลิเวอร์พูล" ในสมัยของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม ได้มาครอบครองเป็น ลีก คัพ เมื่อฤดู 2011-12 แต่ว่าก่อนหน้าที่ผ่านมา หงส์แดง ก็ใกล้กับการได้แชมป์รายการใหญ่ๆอยู่หลายคราว การไปถึงรอบชิงแชมป์ของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูก่อน รวมทั้งการออกสตาร์ตในลีกก้าวหน้าในช่วงฤดูกาลนี้ เป็นหนึ่งในแบบอย่างที่บอกถึงหัวข้อนั้นได้อย่างเห็นได้ชัด

สรุป : สอบผ่าน

- สร้างวัฒนธรรมของการชนะ

แปลอีกแบบก็คือ หงส์แดง จะต้องชนะให้ได้เรื่อยแม้ว่าจะเป็นในเกมเล็กๆก็ตาม ซึ่งจนกระทั่งในเวลานี้มันก็ออกจะเป็นไปในแนวทางที่ดีอย่างยิ่งจริงๆ ภายหลังที่ "ลิเวอร์พูล" พลาดในเกมเล็กๆลดลง ได้แก่ในช่วงฤดูกาลนี้ที่พวกเขายังไม่แพ้คนใดกันในลีกแม้แต่นัดเดียว

ดังนี้ แนวทางการทำแบบงั้นได้จัดว่าสื่อความหมายอย่างยิ่ง เนื่องจากมันจะมีผลไปสู่จังหวะการเป็นแชมป์ในตอนปลาย รวมทั้งจะมีผลให้เหล่า "เดอะ ค็อป" เป็นสุขเป็นอย่างมากนั่นเอง

สรุป : กำลังทำเป็นดี

เกร็ดเพิ่มเติมอีก
จากวันนั้นถึงวันนี้
ยุคสมัยมันผ่านไปเร็วทันใจแบบที่พวกเราไม่ทันตั้งตัว ด้วยเวลา 8 ปีที่ล่วงเลยไป นับว่าขุมกำลังของ หงส์แดง แปรไปอย่างยิ่ง มาทดลองดูกันเลยดีกว่าว่า 11 ตัวจริงชุดที่ยอดเยี่ยมของ "ลิเวอร์พูล" เวลาที่ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กลุ่ม เข้ามาเทคโอเวอร์ในตอนแรกๆกับในขณะนี้นั้น มันมองแตกต่างกันเยอะแค่ไหน

11 ตัวจริงที่เยี่ยมที่สุดในช่วงเวลานั้น
โฆเซ่ มานูเอล เรน่า, เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, โซติริออส คีร์เกียคอส, พอล คอนเชสกี้, ราอูล เมยเรเลส, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลว่า, มักซี่ โรดริเกซ, โจ โคล, เฟร์นานโด ตอร์เรส

11 ตัวจริงที่ดีเยี่ยมที่สุดในเวลานี้
อลีสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, เดยัน ลอฟเรน, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

มีนักเตะหลายคนที่เป็นผู้เล่นสำคัญของสโมสรหนึ่ง แต่เมื่อย้ายทีมชีวิตกลับเปลี่ยนไป

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก มีนักเตะคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นผู้เล่นสำคัญของสโมสรหนึ่ง แต่ว่าเมื่อย้ายทีมชีวิตกลับเปลี่ยนไป เนื่องจากว่าฟอร์มที่เคยเก่งฉกาจฉกรรจ์แต่ว่าดันไม่อาจจะงัดมันออกมาได้เลยเมื่ออยู่กับต้นสังกัดใหม่ โดยนั่นทำให้นักฟุตบอลที่เคยเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ในเกมลูกหนัง เปลี่ยนเป็นผู้เล่นที่สุดแสนน่ารำคาญของแฟนบอล

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่ามีเหตุมีผลล้นหลามที่ทำให้นักฟุตบอลพวกนั้นไม่อาจจะทำในสิ่งที่พวกเขาเคยทำเป็น และก็โน่นก่อให้เกิดผลพวงที่ทำให้พวกเขาเปลี่ยนสภาพจากนักฟุตบอลสุดยอดเป็นผู้เล่นปกติซึ่งบรรดาแฟนบอลก็ไม่สามารถที่จะรู้เรื่องได้ แล้วก็ในที่สุดก็ก่อให้เกิดการโดนสาวกของกลุ่มตนเองจ้องมองจู่โจม เพราะเหตุว่าผิดหวังกับฟอร์มของนักฟุตบอลกลุ่มนี้ 

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นความไม่ประสบผลสำเร็จของพวกเขาไม่ใช่แค่สูญเสียการเป็นนักฟุตบอลระดับเวิลด์คลาสแค่นั้น แต่ว่ายังสร้างความสิ้นหวังให้กับแฟนบอลของพวกเขาที่คาดหวังเอาไว้สูงซะด้วย 


5. อเล็กซิส ซานเชซ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

เพราะว่าจังหวะการได้ลงไปในสนามกับ บาร์เซโลน่า ออกจะจำกัด ทำให้ ซานเชซ ตกลงใจขอย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู แล้วก็เขาได้ได้โอกาสไปเล่นให้ อาร์เซน่อล ในปี 2014 โดยการย้ายกลุ่มคราวนี้เจ้าตัวได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" เพราะว่านักฟุตบอลได้ผนึกกำลังกับ เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมัน ซึ่งทั้งสองระเบิดฟอร์มให้กับ อาร์เซน่อล 

อย่างไรก็ดีกับการเล่นในอังกฤษนั้น ซานเชซ บรรลุความสำเร็จเพียงแค่ได้แชมป์เอฟเอ คัพ ทำให้เจ้าตัวปราศจากความสุข ด้วยเหตุว่าเขาได้รับการชมเชยว่าเป็นเยี่ยมในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดของอาร์เซน่อล ท้ายที่สุด ดาวเตะประเทศชิลี ได้ย้ายไปเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2018 พร้อมด้วยความคาดหมายอย่างมากมาย แต่ว่าสิ่งที่คิดว่าจะหอมหวานแปลงเป็นขมปี๋ เนื่องจากว่า ซานเชซ ทำผลงานได้น่าผิดหวังสิ้นดี


4. แจ็ค วิลเชียร์ - เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 

วิลเชียร์ เคยโดนคิดว่าเป็นนักฟุตบอลที่สูญเสียความสามารถพิเศษไปหมดแล้ว ด้วยเหตุว่าครึ่งนึเขาเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นอนาคตแวดวงลูกหนังอังกฤษอย่างยิ่งจริงๆ นักฟุตบอลมีชื่อเสียงว่าเป็นกองกึ่งกลางที่ครบถ้วนบริบูรณ์ และก็ยังเคยเป็นผู้เล่นที่ได้รับความพึงพอใจจากทีมยักษ์ใหญ่ในลีกยุโรปทั้งยัง เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค แล้วก็ เชลซี ด้วย แต่ว่าด้วยความซื่อสัตย์กับ อาร์เซน่อล เขาเลือกที่จะสัตย์ซื่อกับ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้ชายผู้ปลุกปั้น นานแทบทศวรรษ

อย่างไรก็ดี การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เขาใช้เวลาอยู่ที่ห้องพักรู้สึกตัวร่างกายมากยิ่งกว่าลงในสนาม กระทั่งเกือบจะไม่ค่อยได้มองเห็นเขาลงสู่สนามช่วย "ไอ้ปืนใหญ่" เท่าไรนัก ด้วยความจำกัดสำหรับในการลงไปในสนามทำให้ วิลเชียร์ ถูกปล่อยตัวปล่อยใจจากกลุ่มภายหลังหมดสัญญา เขาได้รับจังหวะจาก เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าตัวคาดหมายว่าจะปรับปรุงฝีเท้าภายใต้การกุมบังเหียนของมานูเอล เปเยกรีนี่ กับช่องทางได้ลงไปในสนามโดยตลอด

วิลเชียร์ อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีช่องทางได้ช่วย "ขุนค้อน" โดยตลอดพร้อมทั้งทัศนคติที่ต่างกัน แม้กระนั้นสำหรับช่วงนี้เขาจำเป็นมากที่จะจำต้องโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเพื่อชนะใจแฟนบอล เวสต์หมูแฮม


3. ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ - เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 

ฟอร์มการเล่นของ เอร์นานเดซ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เขาได้รับการเขียนจำว่าคราวหนึ่งเคยค้าหน้าแข้งกับกลุ่มชั้นเยี่ยมมาแล้ว แล้วก็ที่สำคัญยังได้โอกาสได้เล่นให้ เรอัล มาดริด ด้วยโดยณ ตอนนั้น "ถั่วน้อย" เดินทางไปบดเกือกให้ "พระราชาชุดขาว" ด้วยคำสัญญายืมตัว พร้อมสถิติลงไปในสนาม 23 เกมยิงไปเบาะๆ7 ประตูแค่นั้น 

ในช่วงเวลานั้นการเล่นให้ เรอัล พร้อมด้วยสถิติอย่างงี้ก็นับว่าสมควรแต่ว่าด้วยเหตุว่าการเป็นแค่เพียงยางอะไหล่ในถิ่นซานว่ากล่าวอาโก้ เบร์ที่นาเบว ทำให้ เรอัล เลือกที่จะไม่เซ็นสัญญากับเขาถาวร ด้วยเหตุนั้น "ชิชาริโต้" ตกลงใจย้ายไปเล่นกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูสังเวย ก่อนที่จะกลับมาพรีเมียร์ลีก ในปี 2017 โดยมาใส่ชุดเวสต์หมูแฮม 

อย่างไรก็แล้วแต่ การย้ายมาเล่นให้ "เดอะ แฮมเมอร์ส" ก็มิได้น่าอภิรมย์เย เพราะเหตุว่าด้วยวัย 30 ปีเจ้าตัวไม่สามารถที่จะโชว์ฟอร์มเก่งได้ตามเดิมทำ แถมทำประตูในลีกมิได้เลยในช่วงฤดูกาลนี้ แน่ๆว่าการบาดเจ็บยังยอดเยี่ยมในต้นตอสำคัญที่ทำให้ความสามารถพิเศษระดับนานาชาติของเขาจำเป็นต้องหายไป


2. ธีโอ วัลค็อตต์ - เอฟเวอร์ตัน

"ผมขอพูดจากประสบการณ์ของผมว่าเขายอดเยี่ยมในนักฟุตบอลที่อันตรายที่สุดที่ผมเคยประมือด้วย" วาทะเด็ดของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้พูดถึง ลิโอเนล เมสซี่ อัจฉริยะลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ แน่ๆว่ามันก็อาจมีส่วนจริงอยู่บ้างด้วยเหตุว่าฟอร์มของเขาตอนเล่นให้ อาร์เซน่อล ทำให้นักฟุตบอลเคยได้รับคำแนะนำล้นหลามจากบรรดากลุ่มยักษ์ใหญ่

ด้วยความรวดเร็ว และก็ความถนัดการเลี้ยงบอลชั้นเลิศนับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นที่ทำให้หลายๆชมรมสังเกต การเล่นให้ "เดอะ กันเนอร์ส" พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาเป็นนักฟุตบอลสำคัญของกลุ่มในทีแรกๆๆที่อยู่กับสมาพันธ์ แล้วก็สร้างชื่อดังเป็นดอกไม้เพลิงแตกกับอาร์เซน่อล

ลำแข้งดังผลิตผลจากศูนย์เยาวชนเซาธ์หมูแฮมป์ตัน สูญเสียมนต์เสน่ห์ลูกหนังไปเยอะแยะเพราะเหตุว่าโดนการบาดเจ็บโจมตีโดยตลอดทำให้เจ้าตัวจำเป็นต้องนั่งตบยุงอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองหลายต่อบ่อยมาก การเล่นเพียงแค่ 6 เกมในช่วงฤดูกาล 2017-18 ทำให้เวลาของเขาในถิ่นเอมิเรสต์ สเตเดี้ยง สิ้นสุดแล้ว ในที่สุดก็เลือกย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตัน โดยซัดไป 5 ประตูนับจากที่ย้ายมาอยู่กับกลุ่ม แล้วก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เพื่อชนะใจแฟนบอล "ลูกอมสีน้ำเงิน" 


1. เชส ฟาเบรกาส - เชลซี 

ไม่มีอะไรต้องสงสัย เชส ฟาเบรกาส เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวเก่งในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เขาเริ่มอาชีพกับ อาร์เซน่อล ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นรุ่นกระเตาะ ก่อนที่จะย้ายกลับไป บาร์เซโลน่า แต่ว่าในที่สุดก็ไม่ค่อยได้รับจังหวะมากสักเท่าไรนัก

แล้วหลังจากนั้นก็ย้ายกลับมายังลีกผู้ดีโดยเซ็นสัญญาเป็นหน้าแข้งใหม่ เชลซี แน่ๆว่าสิ่งนี้ทำให้แฟนบอล "สิงห์บลูส์"สุดแฮปปี้ แล้วก็เขาก็ไม่ทำให้กลุ่มผิดหวังเมื่อช่วยสังกัดเดิมได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ยุค กระนั้นฟอร์มของเขาภายใต้การกุมบังเหียนของที่ปรึกษาอันโตนิโอ คอนเต้ ตกฮวบตั้งแต่แมื่อฤดู 2017-18 และก็ยังคงเป็นอย่างนี้ตลอดภายใต้การทำงานกับ เมาริสิโอ ซาร์ปรี่ 

ฟาเบรกาส ได้รับการพินิจว่าเป็นนักฟุตบอลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะตั้งแต่ยุคที่ยังเป็นดาวรุ่ง แม้กระนั้นเมื่อเวลาเบาๆผันแปรเดี๋ยวนี้เขาอายุ 31 ปีแล้ว และก็จะต้องแงะฟอร์มเก่งออกมาเพื่อจะมีชื่อเสียงว่าเป็นกองกลางชั้นเลิศของโลกลูกหนังอีกรอบ

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก :  ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

ยาดอน ซานโช ดาวรุ่งจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถูกจารึกชื่อว่าเป็นนักเตะที่เกิดหลังปี 2000 คนแรก

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ยาดอน ซานโช ดาวรุ่งจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถูกจารึกชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลที่เกิดข้างหลังปี 2000 คนแรกที่ได้ประดับธงสิงโตคำรามทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นชายหนุ่มไฟแรงคนปัจจุบันที่บุนเดสลีกามีส่วนช่วยบ่มเพาะฝีเท้าจนถึงก้าวขึ้นมาโด่งดังในระดับประเทศ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ข้างหลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาซบทีมเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ หนุ่มน้อยฝีเท้าดีวัยเพียงแค่ 18 ปีรายนี้ก็เปลี่ยนเป็นดาวดังในลีกสูงสุดของเยอรมนี ลีกที่นักฟุตบอลดาวรุ่งมากเกิดขึ้น ก็เลยกล่าวได้ว่าบุนเดสลีกาเป็นเวทีที่แจ๋วที่สุดในโลกสำหรับผู้เล่นดาวรุ่งเปี่ยมความสามารถพิเศษที่เริ่มฉายแววในอาชีพค้าลำแข้ง แม้ใครกันแน่ยังไม่เชื่อ วันนี้พวกเราจะพาไปรู้จักเหล่าดาวรุ่งที่เริ่มออกบินจนถึงส่องแสงประกายได้ในเวทีบอลลีกเยอรมันที่นี้


ยาดอน ซานโช

สโมสร: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
อายุ: 18 ปี
ตำแหน่ง: ปีก

งานนี้แมนฯ ซิตี้คงจะได้แต่ว่าหงุดหงิดที่ปลดปล่อยให้ซานโชหลุดมือไปอยู่กับทีมเสือเหลือง เด็กหนุ่มชาวลอนดอนนับว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ของแวดวงลูกหนังที่น่าจับตาดูเป็นอย่างยิ่ง การตัดสินใจเลือกทางอาชีพค้าหน้าแข้งด้วยการโยกซบทีมเสือเหลืองในสิงหาคมปี 2017 เป็นการย้ายกลุ่มที่เกือบจะไม่มีผู้ใดพอใจเลยด้วย แต่นี่กลับกลายการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดกาลครั้งหนึ่งในชีวิตของซานโชเลย

ฤดูที่แล้วซานโชเขียนประวัติศาสตร์คนใหม่ให้กับบุนเดสลีกาด้วยการเป็นนักฟุตบอลอังกฤษอายุต่ำที่สุดที่ทำคะแนนในลีกสูงสุดของเยอรมนีได้ กับเอารางวัล “Rookie Award” ระดูม.ค. ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้นักฟุตบอลดาวรุ่งที่อายุไม่เกิน 23 ปี ในตอนเริ่มฤดูรวมทั้งสำหรับผู้เล่นที่ไม่เคยลงไปในสนามในบุนเดสลีกามาก่อน

ในช่วงฤดูกาลนี้เขาก็กำลังทำสถิติแซงหน้าดาวเตะระดับนานาชาติอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และก็ เลโอเนล เมสซี่ ด้วยวิธีการทำแอสซิสต์ในลีกไปแล้วถึง 5 ครั้ง เยอะที่สุดในทวีปยุโรป ณ ขณะนี้ จนกระทั่งมึงเร็ธ เซาธ์เกโคลนองเขาเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของอนาคตทีมชาติอังกฤษ

“เขากล้าหาญมากพอที่จะไปเล่นในต่างถิ่น” หัวเรือใหญ่ทีมชาติอังกฤษกล่าวชมหลังเรียกซานโชติดทีมชาติอังกฤษลุยศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เจอกับประเทศสเปนแล้วก็โครเอเชียในตุลาคม “เขาได้เล่นในแชมเปียนส์ลีกไปถึง 2 ครั้งรวมทั้งก้าวไปเล่นในบุนเดสลีกา ได้ลงเล่นกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ต่อหน้าต่อตาแฟนบอลมากมายก่ายกองทุกอาทิตย์ เขามีจิตใจที่แกร่ง จัดการกับทุกอย่างได้ และทำเป็นดีอีกด้วย”


เบนฌาแม็ง ปาวาร์

สโมสร: เฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท
อายุ: 22 ปี
ตำแหน่ง: กองหลัง

ถ้าเกิดให้บอกกันตรงๆสำหรับแฟนบอลลีลแล้ว เว้นแต่ทรงผมหยิกฟูทรงเสน่ห์แล้ว ปาวาร์ก็เกือบจะมิได้เด่นอะไรเลย กองหลังสารพัดประโยชน์รายนี้เริ่มเล่นบอลที่เมืองถิ่นกำเนิด “ชูมอนต์” คนพื้นเพเดียวกันกับ ฌอง-ปิแอร์ ปาแปง ตำนานศูนย์หน้าบาเยิร์น มิวนิค ดีกรีผู้ครอบครองรางวัลบัลลงดอร์ ปาวาร์ก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลในทีมชุดใหญ่ของลีลในช่วงฤดูกาล 2014/15 แต่ว่าเขาได้ช่องลงเล่นเพียงแค่ 21 นัดแค่นั้นและก็เกือบจะไม่เคยสบโอกาสลงเป็นตัวจริง เขาก็เลยเพียรพยายามหาแนวทางใหม่ๆก่อนเก็บข้าวของเครื่องใช้มาซบทีม “ม้าขาว” ชตุทท์การ์ทในฤดูร้อนปี 2016 

การย้ายไปเล่นในเมืองนอกรวมทั้งลดชั้นลงไปเล่นในดิวิชั่นที่ลดลงดูเหมือนจะเกิดเรื่องเสี่ยงไม่น้อย แต่ว่าสำหรับปาวาร์แล้วมันช่างคุ้มค่า “ทีแรกๆๆผู้ฝึกสอนดุด่าผมเยอะแยะเลย” ปาวาร์กล่าว 

แล้วเขาก็แปลงเป็นนักฟุตบอลที่โชว์ฟอร์มได้อย่างเด่น มีส่วนช่วยพาทีมม้าขาวเลื่อนชั้นกลับไปเล่นในลีกสูงสุดได้อีกที จนถึงมาถึงฤดู 2017/18 ขว้างวาร์ได้ลงสู่สนามทุกนาทีในเกมบุนเดสลีกา ซึ่งโน่นเป็นจุดกลับชีวิตของเขาจากหลังมือเป็นหน้ามือ เมื่อเขาถูกเรียกประดับธงกลุ่มชาติประเทศฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกเมื่อพ.ย.ปี 2017 เขายังเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ็คขวาของกลุ่มยี่ห้อไก่เจ้าแชมป์บอลโลกปี 2018 

ในขณะที่เมื่อ 2 ปีกลาย ปาวาร์ยังนั่งมองการแข่งขันบอลยูโร 2016 กับเพื่อนพ้องๆที่ลีลอยู่เลย โดยเขามั่นใจว่าเป็นด้วยเหตุว่าการที่เขาได้เล่นในตำแหน่งที่ถนัดในกลุ่มม้าขาว ซึ่งหมายถึงตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คนั่นเอง แล้วก็เหมือนกันกับซานโช ปาวาร์สามารถครอบครองรางวัล “Rookie Award” รอบเดือนเดือนกุมภาพันธ์ (ต่อจากซานโช) ในฐานะนักฟุตบอลดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่งในสีเสื้อทีมม้าขาว ชตุทท์การ์ท


โกร็องแต็ง โตลิสโซ่

สโมสร: บาเยิร์น มิวนิค
อายุ: 24 ปี
ตำแหน่ง: มิดฟิลด์

แหล่งกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศสแบบเดียวกัน แต่ว่าช่างแตกต่างกับปาวาร์ กรณีของโตลิสโซ่นั้นเคยเป็นตัวจริงของลียงมาก่อนแล้วก็ผ่านการลงสู่สนามในลีกเอิงกว่า 100 นัดก่อนที่จะย้ายมาค้าลำแข้งในเยอรมนี แต่ว่าสิ่งที่เหมือนกันคือทั้งสองมีความรู้ความสามารถนานัปการกระทั่งพาพวกเขามาถึงจุดนี้ได้ โตลิสโซ่ลงเปิดฉากสนามกับลียงเป็นครั้งแรกในช่วงฤดูกาล 2013/14 ในตำแหน่งแบ็คขวา แต่ว่าพอเพียงถูกสลับตัววิ่งออกมาจากม้านั่งสำรองลงไปเพียงแค่นั้นล่ะผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาพอดิบพอดี เล่นเอาผู้ชมโทรทัศน์แทบจะไม่ทันได้มองเห็นเขาด้วย โตลิสโซ่ได้รับการสรรเสริญว่าเป็นผลผลิตนักฟุตบอลดาวรุ่งฝีเท้าดีของโรงเรียนฝึกฝนเยาวชนลียง เขาได้รับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันนำกองทัพทีมแชมป์ลีกเอิง 7 ยุคอยู่หลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งเปลี่ยนมาเป็นนักฟุตบอลที่แฟนบอลรักในรั้วทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค

ส่วนในชื่อทีมชาติประเทศฝรั่งเศสนั้นจำต้องสารภาพว่าไม่ใช่งานง่ายเลยที่เขาจะแทรกชิงตำแหน่งตัวจริงในแผงกองกลางได้จาก ปอล ป็อกบา เอ็นโกโล ก็องเต้ หรือ แบลส มาตุยดี้ แต่ว่าเขาก็ยังได้รับจังหวะจากดิดิเยร์ เดชองส์ให้ลงเล่นอยู่บ้าง แล้วก็เกมสำคัญอย่างนัดชิงแชมป์บอลโลก 2018 ที่รัสเซีย 

คาร์โล อันเชล็อตติเป็นผู้เซ็นสัญญาคว้าตัวโตลิสโซ่มาเล่นในเยอรมนีเมื่อมิ.ย.ปี 2017 โดยได้พูดว่าโตลิสโซ่เป็นกองกลางที่ยอดเยี่ยมในตลาดจำหน่ายนักฟุตบอลในช่วงเวลานั้น ส่วนเรื่องค่าตอบแทนของโตลิสโซ่อันนี้จำต้องพูดว่าสูงสุดเป็นสถิติใหม่ของบุนเดสลีกาและก็ของบาเยิร์นอย่างยิ่งจริงๆ ด้านฟอร์มในสนามเขาปรับปรุงฝีเท้าแล้วก็โชว์ฟอร์มดียิ่งขึ้นเรื่อยในชุดทีมเสือใต้ กระทั่งมาได้รับบาดเจ็บที่เอ็นเข่าจากเกมบุนเดสลีกานัดที่ 3 ที่เจอกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน แม้กระนั้นก็อาจพักเจ็บไม่นาน แล้วก็จะกลับมาฟาดลำแข้งต่อได้ในเร็ววันอย่างแน่แท้ ปัจจุบันนี้โตลิสโซ่ได้รับการชื่นชมว่าเป็นกองกลางกึ่งกลางสนามที่อายุไม่เกิน 25 ปีที่เยี่ยมที่สุดในโลกคนหนึ่ง


ตอร์กาน อาซาร์

สโมสร: โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค
อายุ: 25 ปี
ตำแหน่ง: กองหน้า

ตอร์กาน อาซาร์นั้นสลัดเสียงครหาที่ว่าสโมสรเชลซีเซ็นสัญญาคว้าตัวเขาเพียงแต่ด้วยเหตุว่าเป็นน้องชายของเอแดนทิ้งไปได้สำเร็จ โดยตอร์กานสวนกลับไปว่า “เชลซีมิได้เซ็นสัญญาน้องชายของนักฟุตบอลทุกคนหรอกนะ มองไม่เห็นพวกเขาจะเซ็นสัญญากับน้องชายแฟรงค์ แลมพาร์ด หรือ จอห์น เทอร์รีเลย พวกเขาเซ็นสัญญากับผมเพราะเหตุว่าผมมีสมรรถนะ พวกเขาจำต้องจ่ายค่าจ้างผมให้กับล็องส์และก็พวกเขาทำถูกแล้ว ผมบางทีอาจมิได้เดินตามรอยตีนเอแดน แต่ว่าผมก็ค่อยๆปรับปรุงไปทีละลำดับขั้น” เส้นทางของตอร์กานก็คือการย้ายไปเล่นให้ซูลเต้ วาเรเกม ทีมในลีกบ้านเกิดด้วยข้อตกลงยืมตัว 2 ปี ก่อนที่จะถูกยืมตัวมาเล่นกับโบรุสเซีย เมินหน้าศาสนาเชนกลัดบัคอีกหนึ่งปี และก็เมื่อกลุ่ม “สิงห์หนุ่ม” เห็นสมรรถนะในตัวเขาก็ไม่ลังเลที่จะล่าลายเซ็นคว้าตัวตอร์กานแบบถาวร แล้วต่อจากนั้นหน้าแข้งดาวรุ่งเบลเยียมรายนี้ก็ไม่เคยหันหลังกลับไปอีกเลย

ในช่วงฤดูกาล 2017/18 ตอร์กานก็ก้าวพ้นออกมาจากเงาของพี่ชายของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในฤดูกาลก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นฤดูที่ 4 บนเวทีบุนเดสลีกาของปีกวัยเบญจเพศ เขาทำสถิติติดทำเนียบผู้เล่นที่อีกทั้งยิงแล้วก็ทำแอสซิสต์สูงสุดในบุนเดสลีกา แถมยังลงเล่นครบทุกเกม โดยมีเพียงแค่นัดหมายเดียวแค่นั้นที่มิได้ลงในสนามเป็นตัวจริง แต่ว่าในนัดนั้นเขาก็ถูกสลับตัวลงมาซัดประตูชัยให้กลัดบัคเชือดชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลินไปได้ 1-0 ประตู เป็นความสามารถที่ตอร์กานเพิ่งจะแสดงให้โลกได้มองเห็นในสีเสื้อทีมกลัดบัคแค่นั้น ยิ่งกว่านั้นเขายังถูกเรียกติดทีมชาติทุกครั้งภายใต้การควบคุมกลุ่มของโรแบร์โต มาร์ติเนซ ตั้งแต่บอลยูโร 2016 จนกว่าได้เล่นร่วมกับอาซาร์ผู้พี่ในบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งพวกเขาคว้าอันดับ 3 มาครอบครองได้ ต่อไปนี้โลกจะได้ทราบสักครั้งว่าเชื้อสายอาซาร์มิได้มีเพียงแค่เอแดนเพียงเท่านั้น


ยุสซุฟ โพลเซ่น

สโมสร: แอร์เบ ไลป์ซิก
อายุ: 24 ปี
ตำแหน่ง: ศูนย์หน้าตัวเป้า

ถ้าหากแอร์เบ ไลป์ซิกจะสร้างหอพักเกียรติขึ้นมาเอาไว้ภายในสมาคม ยืนยันว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีเรื่องราวของยุสซุฟ โพลเซ่นรวมอยู่ด้วย โพลบวงสรวงลงเล่นให้กับไลป์ซิกไปแล้วแทบ 200 นัดนับจากย้ายมาจากสมาพันธ์ลิงบี้ในเดนมาร์กเมื่อฤดูร้อนปี 2013 และก็ยิงไปหลายต่อหลายประตูพาไลป์ซิกเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 3 มาดิวิชั่น 2 จวบจนกระทั่งได้ขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกาอย่างเวลานี้

โพลสังเวยประดับธงทีมชาติเดนมาร์กตั้งแต่เล่นอยู่ในบุนเดสลีกา 2 แล้วก็เป็นอันมากหลักในทีมชาติเสมอมแม้ว่าจะเคยไม่ยอมรับการปรนนิบัติชาติฝ่าศึกโอลิมปิกปี 2016 เพื่อจุดโฟกัสกับสังกัดเดิมที่เปรียบเสมือนบ้านข้างหลังลำดับที่สองของเขา เจ้าตัวประดับธงกลุ่มชาติไปทั้งหมดทั้งปวง 35 ครั้ง ได้ช่องลงเล่นบอลโลก 2018 ที่รัสเซียไป 3 นัดหมาย แล้วก็พึ่งจะอายุได้เพียงแต่ 24 ปี ในสีเสื้อกลุ่มไลป์ซิก โพลบวงสรวงยิงรวมทั้งสิ้น 45 ประตู จัดว่าไม่เลวเลยสำหรับศูนย์หน้าตัวเป้าที่สูงถึง 193 เซนติเมตร ผู้นี้

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

ฮวน อันโตนิโอ ปิซซี่ เทรนเนอร์ ซาอุดีอาระเบีย ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฮวน อันโตนิโอ ปิซซี่ เทรนเนอร์ ซาอุดีอาระเบีย ไม่มีปัญหาสำหรับในการจัดกองทัพ พร้อมที่จะจัดส่งแกนหลักลงในสนามครบถ้วน ส่วนทาง บราซิล ของ ตีเต้ เรียกผู้เล่นคนใหม่เข้ามาผสมรุ่นเก๋า ดินแดนหน้าวาง เนย์มาร์ แล้วก็ คูตินโญ่ ประดิษฐ์เกมบุกเหมือนเคย ในศึก บอล กระชับมิตรกลุ่มชาติ คืนวันศุกร์ที่ 12 เดือนตุลาคม นี้

ปรีวิว บอล กระชับมิตรทีมชาติ
วันศุกร์ที่ 12 เดือนตุลาคม 2561
ซาอุดีอาระเบีย - บราซิล
เวลา : 00.45
สนาม : คิง ซาอุด ยูนิเวอร์ซิตี้ สเตเดี้ยม

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก  ฮวน อันโตนิโอ ปิซซี่ เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ของทีม ''เหยี่ยวเขียว'' ซาอุดีอาระเบีย ยังคงใช้ผู้เล่นแกนหลักจากชุดเสมอกับ โบลิเวีย 2-2 ในเกมฝึกซ้อมเมื่อเดือนที่ผ่านมาเป็นหลัก

ภาวะทีมโดยยทั่วๆไปจัดว่าโอเค มี อับดุลอาซิซ อัล จีบรีน กองกกลางวัย 28 ปี เพียงแต่รายเดียวเจ็บกล้ามเล็กน้อย กำลังรีบเรียกความฟิต แต่ว่าก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

สำหรับตัวหลักอย่าง ฟาฮัด อัล มูวัลลาด หัวหอกตัวจี๊ดที่เค่ยไปเล่นให้เลบันเต้, ยาย่า อัล เชห์รี่ ปีกขวา แล้วก็ ซาเล็ม อัล ดอว์ซารี่ ปีกซ้ายพร้อมลงไปในสนามช่วยทีมทั้งหมด

ฟาก ตีเต้ เทรนเนอร์ทีมชาติบราซิล พาทีมอุ่นแข้งหนนี้มีเจอซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งประเทศอาร์เจนตินา โดยบินมาพักฝึกซ้อมที่อังกฤษก่อนที่จะได้มีการเดินทางไปริยาด ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้าที่ผ่านมา

ขุนศึกชุดนี้มีนักเตะคนใหม่ที่ไม่เคยโดนเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่เข้ามา 3 รายเป็น ปาโบล กองหลังจากบอร์กโดซ์, เฟลิเป้ นายทวารวัย 19 จากเกรมิโอ และก็ มัลค่อม ตัวขอบเส้นจากบาร์เซโลน่า

โปรแกรมเดือนที่ผ่านมา ตีเต้ เปิดโอกาสนักฟุตบอลลงในสนามทีมชาติเกมแรกถึง 8 คนร่วมกัน แต่ว่าพวกที่ว่าติดทีมชุดนี้เพียงแค่ 3 ราย อันเดรียส เปเรยร่า จากแมนฯ ยูไนเต็ด หลุดไป, เอเวอร์ตัน มีอากการเจ็บส่วน ลูคัส ปาเกต้า ที่กำลังกลายเป็นข่าวสารกับมิลาน ติดภารกิจกับสโมสรฟลาเมงโก

มาร์เซโล่ แบ็กซ้ายตัวเก่งจากเรอัล มาดริด โดนวางตัวให้กลับมาช่วยทีมแต่ว่าเจ็บไปซะก่อนกับสโมสร ทำให้ ฟิลิเป้ ลุยส์ กาสมีร์สกี้ โดนดึงมาแทน เหมือนกันกับ ลูกัส มูร่า ที่ฟอร์มดีกับสเปอร์ส มีชื่อด้วยเหมือนกัน

คาดกันว่า ตีเต้ จะมอบโอกาส เอแดร์ซอน เฝ้าเสาก่อน อลีสซง, ฟาบินโญ่ จะลงตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวา, ปาโบล จะได้ประเดิมตัวจริงในทันทีแทนที่ ติอาโก้ ซิลวา

ซูเปอร์สตาร์อย่าง เนย์มาร์, คูตินโญ่, กาเบรียล เชซุส พร้อมรบทั้งหมดทั้งปวง โดยมี เฟร็ด จากแมนฯ ยูไนเต็ด, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ดาวเตะหงส์แดง แล้วก็ริชาร์ลิซอน ของเอฟเวอร์ตัน พร้อมเป็นตัวเลือก

รายนามผู้เล่นที่คาดว่าจะลงไปในสนาม

ซาอุดีอาระเบีย (4-2-3-1) : โมฮัมเม็ด อัล โอวาอิส - อาลี อัล โบเลอาฮี, โอมาร์ ฮอว์ซาวี่, ยาเซอร์ อัล ชาห์รานี่, ซาอีด อัล โมวาลัด - ฮุสเซน อัล โมคาห์วี่, โมฮาเม็ด คันโน่ - ยาห์ย่า อัล เชห์รี่, ฟาฮัดอัล มูวัลลาด, ซาเลม อัล ดอว์ซารี่ - ฮารูน คามาร่า

บราซิล (4-3-3) : เอแดร์ซอน - ฟาบินโญ่, มาร์รับประทานญอส, ปาโบล, อเล็กซ์ ซานโดร - คาเซมีโร่, เรนาโต้ เอากุสโต้, เฟร็ด - เฟลิเป้ คูตินโญ่, กาเบรียล เชซุส, เนย์มาร์

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก : ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

5 นักเตะที่ มูรินโญ่ ควรเชื่อใจ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ตอนก่อนหน้านี้ โชเซ่ มูรินโญ่ จำต้องเจอกับความยุ่งยากเป็นอย่างมาก หลังนำ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานไม่น่าอภิรมย์เมื่อเดียวกับผู้จัดการทีมสมองเพชรอย่าง โจเซป "เป๊ป" กวาร์ดิโอล่า, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และ เจอร์เก้น คล็อปป์

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องดิ้นรนสำหรับเพื่อการคลำหาฟอร์มเก่งของพวกเขา เนื่องจากว่าเหตุการณ์ในขณะนี้กลุ่มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งขันร่วมเมืองซึ่งเป็นผู้นำฝูงลีกถึง 7 คะแนน ยังไม่หมดเท่านั้น มูรินโญ่ ยังมีปัญหารับประทานเกาเหลากับสตาร์ด้านในกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ปอล ป็อกบา

ขาเก้าอี้ "เฮียมู" ใกล้จะหักอยู่มะรอมมะร่อก่อนเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แต่ว่าเมื่อพวกเขาพลิกนรกชนะ "สาลิกาดง" ถือว่าเป็นการช่วยเซฟงานของเจ้าตัวได้เสร็จ และก็เวลานี้สิ่งจำเป็นก็คือ มูรินโญ่ จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 นักฟุตบอลสำคัญที่จะช่วยนำกลุ่มระเบิดฟอร์มถ้าผู้จัดการทีมฟุตบอลเลือดฝอยทอง ให้ความเชื่อมั่นและมั่นใจพวกเขามากยิ่งกว่านี้


1. มาร์คัส แรชฟอร์ด 

หลังจบเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แน่ๆว่า โชเซ่ มูรินโญ่ โดนวิภาควิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับหัวข้อการจัดตัวผู้เล่นเกมรุก โดยผู้คนจำนวนมากเริ่มสงสัยตลอดว่าเขาสามารถต่อกรกับสิ่งที่ต้องการของนักฟุตบอลที่จะลงเล่นได้ไหม ยิ่งกับผู้เล่นที่ทำผลงานได้อย่างสะดุดตาในระยะแรกๆอย่าง แรชฟอร์ด ด้วยเหตุว่าเขาแจ้งกำเนิดภายใต้การกุมบังเหียนของหลุยส์ ฟาน กัล ในช่วงฤดูกาล 2015-16 แต่ว่าฟอร์มฮอตของเจ้าตัวหายหมดจดเมื่ออยู่ภายใต้การจัดการงานของ "เฮียมู" 

แรชฟอร์ด เคยได้รับการเฝ้ามองว่าเป็นอนาคตของ แมนฯ ยูไนเต็ด จากผลงานเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน แม้กระนั้นสำหรับฤดูเดี๋ยวนี้เขาได้พอดีจริงเพียงแค่ 2 แมตช์เพียงแค่นั้น ไม่มีอะไรถูกสงสัยว่า แรชฟอร์ด เป็นขวัญใจของเหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" เพราะเหตุว่าเขาเป็นเด็กท้องถิ่นที่ได้โอกาสปรับปรุงประสิทธิภาพขึ้นมายอดเยี่ยมนักฟุตบอลที่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แม้กระนั้น มูรินโญ่ดูอย่างกับว่าจะคิดต่าง !! เนื่องจากเขาเลือกที่จะส่งนักฟุตบอลลงเล่นเป็นตัวสำรองโดยหวังจะใช้กำลังวังชา แล้วก็ความเร็วสำหรับในการแหวกแนวรับคู่ปรับ แต่ว่าก็ยังไม่ดีพอเพียงสำหรับ มูรินโญ่ ขณะเดียวกับ แรชฟอร์ด จำต้องพบกับคู่ปรับในแดนหน้าที่เก่งฉกาจฉกรรจ์ไม่แพ้กันมันก็คือ อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งย้ายมารับทรัพย์เป็นอันมากเมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ แม้กระนั้นฟอร์มไม่ค่อยดีนัมายากลแล้วก็ดูเหมือนจะมีสิทธิ์หลุดตัวจริงของ "เฮียมู" ในอนาคต 

ดังนี้ แรชฟอร์ด กำลังเจอปัญหาในการพัฒนาฝีเท้าแตกต่างจาก คิลิกระทั่งถึง เอ็มบัปเป้ ที่อายุรุ่นราวแล้วก็กำลังระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมอีกทั้งกับ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมงแล้วก็กลุ่มชาติประเทศฝรั่งเศส โดยเขาไม่สามารถที่จะแงะฟอร์มและก็กำลังผิดหวังกับเหตุการณ์ในตอนนี้ของเขากับ "ซาตานแดง"


2. ปอล ป็อกบา

บางเวลานี่เกิดเรื่องที่รำคาญสำหรับ มูรินโญ่ แล้วก็คงจะมีเบื้องหลังเบื้องหน้าเบื้องหลังที่พวกเราๆท่านๆอาจไม่ทราบ เนื่องจากว่าบ่อยมากที่ ปอล ป็อกบา ชอบเล่นราวกับไม่สนใจที่จะทำตามอย่างแผนที่ มูรินโญ่ วางเอาไว้ หรือเปล่าค่อยช่วยกลุ่มตามแท็คติกของ นายใหญ่เลือดโปรตุกีส

แม้ว่าจะเล่นแบบไม่แคร์ มูรินโญ่ แม้กระนั้น มิดฟิลด์แชมป์โลก ก็สามารถช่วยซัดประตูไปแล้ว 2 ลูกกับ 2 แอสซิสต์ในช่วงฤดูกาลนี้ นอกเหนือจากนั้น ป็อกบา มักจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ แต่ว่า มูรินโญ่ ก็ยังไม่ค่อยวางใจ "ป็อกแฟลช" มากสักเท่าไรนัก ที่สำคัญทั้งคู่คนมีปัญหาแหนงใจกันมาตลอดนับจากซัมเมอร์ โดยเหตุผลเนื่องจากนักฟุตบอลปรารถนาทิ้งกลุ่มไปเล่นให้ บาร์เซโลน่า 

อาจไม่ลืมเลือนว่า ป็อกบา โชว์ฟอร์มได้สะเด็ดสะเด่าภายใต้การกุมบังเหียนของ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี นายใหญ่ยูเวนตุส ซึ่งนักฟุตบอลเป็นสุขมากมายๆเนื่องมาจากได้รับความเชื่อถือจากเทรนเนอร์ชาวอิตาเลียน แล้วก็พร้อมเล่นตามแท็คติกผู้ฝึกสอน โดยถ้าเกิด มูรินโญ่ สามารถติดต่อสื่อสารกับ ลำแข้งเลือดเฟร้นช์ แทนที่จะมีปัญหากับเขา อาจจะไม่ต้องสงสัยว่านักเตะจะระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมเสมือนเล่นให้ ประเทศฝรั่งเศส กับ ยูเว่ แน่ๆ


3. เอริก ไบยี่ 

คริส สมอลลิ่ง กับ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ยังคงได้รับความเชื่อมั่นให้ปฏิบัติหน้าที่ยืนเป็นป้อมปราการข้างหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายเกมในช่วงฤดูกาลนี้ แม้กระนั้นฟอร์มของพวกเขาเสื่อมโทรมเหลืออด โดยในตำแหน่งกำแพงข้างหลังตัวกลางเป็นหลักที่ที่มีปัญหาที่สุดของ "ผีแดง" 

ไบยี่ ซึ่งได้ลงเล่นตัวจริงเพียงแค่ 3 เกมเพียงแค่นั้น จะต้องอับอายขายหน้าสุดๆเมื่อถูกสลับตัวตั้งแต่นาทีที่ 18 ในแมตช์กลับเมืองนรกชนะ นิวติดอยู่สเซิ่ล ยูไนเต็ด แล้วก็สิ่งนี้ยิ่งทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเขากับ มูรินโญ่ ยิ่งตกอับเข้าไปอีก โดยนับจากที่ย้ายมาอยู่ในโรงแสดงละครที่ความฝัน "เฮียมู" ไม่ค่อยปลาบปลื้มฟอร์มของ ดาวเตะไอวอรี่ โคสต์ เท่าไรนัก รวมทั้งช่องทางลงสู่สนามก็เบาๆลดน้อยลงเรื่อย

สำหรับเวลานี้ ไบยี่ บางทีอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ทั้งที่ชมรมก็มิได้มีกองหลังที่วางใจได้มากสักเท่าไรนักไม่ว่าจะเป็น สมอลลิ่ง, ลินเดอเลิฟ แล้วก็ ฟิล โจนส์ ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้นักฟุตบอลกลายเป็นข่าวสารว่าบางทีอาจไตร่ตรองย้ายไปเล่นกับ เชลซี และก็ อาร์เซน่อล กระนั้นเจ้าตัวยังมีในตอนที่จะโชว์ฟอร์มแข็งเพื่อกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงของ "ผีแดง" ได้


4. อันเดรส เปเรยร่า 

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา อันเดรส เปเรยร่า ดูเหมือนจะเป็นนักฟุตบอลตัวหลักในลิสต์รายนามของ มูรินโญ่ และก็ด้วยสไตล์การเล่นที่บรรเจิดทำให้ ดาวเตะเลือดแซมบ้า คงจะมีฤดูที่ยิ่งใหญ่กับ "ปีศาจแดง" ภายหลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างสะดุดตาในตอนระหว่างทัวร์ปรีฤดูกาล 

เปเรยร่า ซึ่งทำผลงานยอดเยี่ยมกับการเล่นให้ กรานาด้า รวมทั้ง บาเลนเซีย ในเกมลา ลีกา เมื่อ 2 ฤดูก่อน โดยนักฟุตบอลได้กลับมายังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยมที่จะแย่งเก้าอี้ตัวจริงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้กระนั้นทั้งหมดทุกอย่างกลับกันเพราะว่าตั้งแต่เปิดฤดูกาลนี้เขาได้พอดีจริงเพียงแค่ 2 เกม แล้วก็ผู้เล่นสำรอง 1 เกมในพรีเมียร์ลีก

จะว่าไปแล้วหัวข้อการดองความสามารถพิเศษนักฟุตบอลจะต้องยกให้ มูรินโญ่ จริงๆเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเขาก็เลยทำอย่างงี้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แล้วก็ เควิน เดอ บรอยน์ ยุคที่จับบังเหียน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี มาแล้ว โดยเหตุผลเนื่องจากว่าทั้งคู่คนไม่เหมาะสมกับแท็คติกของเขา รวมทั้ง หน้าแข้งเลือดแซมบ้าดูเหมือนจะตกอยู่ในเหตุการณ์เหมือนกัน 

นอกเหนือจากนั้นการเซ็นสัญญากับ เฟร็ด ยิ่งปิดโอกาสแจ้งกำเนิดของ เปเรยร่า มากเพิ่มขึ้น อย่างไรก็แล้วแต่เพื่อนร่วมชาติของเขาจำต้องเจอกับความยุ่งยากสำหรับเพื่อการปรับพฤติกรรมกับการเล่นเกมลูกหนังเมืองผู้ดีเช่นเดียวกัน เนื่องจากลีกนี้เน้นย้ำการใช้พลังเป็นข้างหลัง แม้กระนั้นที่น่าสงสารก็คือ เปเรยร่า ยังคงมิได้รับความวางใจจาก มูรินโญ่ ถัดไป

ถ้าหากดูจากเรื่องจริงแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นกลุ่มที่มีวัฒนธรรมสำหรับการปั้นเด็กดาวรุ่ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 1990 นักฟุตบอลอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, แกรี่ เนวิลล์, ฟิล เนวิลล์, ไรอัน กิ๊กส์, นิคกี้ บัตต์ และก็ พอล สโคลส์ สร้างชื่ออื้อฉาวโลกภายหลังจากขึ้นมาเป็นตัวหลักของกลุ่มตั้งแต่เยาว์วัย จากการเปิดโอกาสของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ลองนึกภาพว่า "พ่อ" ยังคุมกลุ่ม แรชฟอร์ด กับ เปเรยร่า คงจะได้รับความมั่นใจและความเชื่อมั่นมากยิ่งกว่านี้หลายเท่า 


5. อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล 

มาร์กซิยาล นับว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลชั้นยอดในยุโรปที่ไม่ค่อยได้รับช่องทางจากสังกัดเดิม นักฟุตบอลที่เคยเอารางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งดีที่สุด หรือ "โกลเด้น บอย อวอร์ด" เมื่อปี 2015 โดยซัดไป 11 ประตูในช่วงฤดูกาลเปิดตัวของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ว่าช่วงนี้นักฟุตบอลเกือบจะมิได้กำเนิดเหตุเพราะเขาไม่เหมาะสมกับแท็กตำหนิคของ มูรินโญ่

ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ไม่ใช่นักฟุตบอลที่จุดโฟกัสกับการเล่นเกมรับซึ่งเป็นสิ่งที่ มูรินโญ่ อยากจากผู้เล่นทุกคน แต่ว่าด้วยความสามารถพิเศษของเขาสามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับกลุ่มได้ แม้กระนั้นท้ายที่สุดนักฟุตบอลเป็นตัวเลือกรองจาก อเล็กซิส ซานเชซ, เฟร็ด และก็ เจสซี่ ลินการ์ด ถึงแม้ฟอร์มการเล่นของทั้งยัง 3 คนจะทรุดโทรมก็ตาม

ไม่มีอะไรถูกสงสัย มาร์กซิยาล สามารถสร้างเกมรุกได้เหนือกว่านักฟุตบอลแนวรุกผู้อื่นแม้เขาได้รับช่องทาง นี่เป็นผู้เล่นที่เต็มไปด้วยความสามารถพิเศษชั้นเยี่ยม ทั้งยังเต็มไปด้วยความรวดเร็ว แล้วก็เลี้ยงบอลได้กระฉับกระเฉง แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสทะลวงเกมรับของคู่ต่อสู้ถ้าหากเขาได้ลงเล่นตัวจริง

ติดตามข่าวสารอีกมากมาย คลิก :  ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก , ข่าวฟุตบอลล่าสุด , ผลบอล ย้อนหลัง , ตารางบอลวันนี้

View older posts »

Search

Archive

Comments

There are currently no blog comments.